คณะกรรมการบริหารสมาคมหนังสือพิมพ์ชุดแรกเมื่อปี 2484 มีพระยาปรีชานุสาสน์เป็นนายกสมาคมฯ
และมีคณะกรรมการบริหาร 14 ท่านคือ
1. นายกุหลาบ สายประดิษฐ์ 2. นายมาลัย ชูพินิจ 3. นายประเสริฐ ธารีสวัสดิ์ 4. นายพรต พุทธินันท์ 5. นายเพทาย โชตินุชิต 6. นายมานิต วสุวัต 7. นายสนิท เจริญรัฐ
8. นายประยูร ดารากร ณ อยุธยา 9. นายเทียน เหลียวรักวงศ์ 10. ม.จ. ประสบสุข ศุขสวัสดิ์ 11. นายอบ ไชยวสุ 12. นายประสิทธิ์ ศรีสมวงศ์ 13. นายอำพัน บุญยพุทธิ 14. นายชะเอม อันตรเสน
การหารายได้บำรุงสมาคมฯ สมาคมหนังสือพิมพ์เมื่อแรกเริ่มก่อตั้งใหม่ๆ ในระยะ 4-5 ปีแรกนั้นเป็นห้วงเวลาของสงครามโลกครั้งที่สอง และสงครามมหาเอเซียบูรพากำลังดุเดือดเลือดพล่าน คุกคามไปทั่วโลก เมืองไทยเราเองก็กำลังประสบภัยสงครามอย่างหนักเช่นกัน ความอดอยากขาดแคลนและภัยจากโจรผู้ร้าย ระบาดไปทั่วทุกภาค แม้ในเมืองหลวงก็ไม่เว้นต้องรัดเข็มขัดกัน ย่ำแย่ทุกครัวเรือน ไม่เว้นแม้แต่สมาคมหนังสือพิมพ์ฯ ซึ่งเป็นองค์กรเล็กๆ ของคนหนังสือพิมพ์ไม่กี่สิบคนหรือประมาณไม่เกินร้อยคนในสมัยนั้น แต่แม้กระนั้นค่าใช้จ่ายประจำเดือนของสมาคมฯ ก็จำเป็นต้องมี เดือนละหลายๆ สตางค์อยู่ เช่นค่าจ้าง เสมียนพนักงาน และนักการภารโรงที่ต้องดูแลรักษาความสะอาด สวยงาม และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของอาคารสถานที่
เนื่องจากที่ทำการสมาคมฯ เป็นอาคารเก่าแก่สองชั้นขนาดใหญ่ ที่อยู่ในความดูแลของสำนักงานทรัพย์สินฯ รายได้ของสมาคมฯ นอกจากค่าบำรุงของสมาชิกกับค่าเกมบิลเลียดที่เล็กน้อยจนแทบจะไม่นับเป็นรายได้อะไรแล้ว นอกนั้นก็ไม่มีรายได้อื่นเลย ท่านนายกสมาคมฯ คนแรกคือ พระยาปรีชานุสาสน์และนายกสมาคมฯ คนต่อมาคือ นายมานิต วสุวัต ทั้งสองท่านเป็นผู้มีฐานะมั่นคงพอสมควร ประกอบด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้เสียสละเพื่อส่วนรวมโดยแท้จริง จึงช่วยกันประคับประคองฐานะของสมาคมฯ ให้อยู่รอดปลอดภัยมาได้ จนสงครามโลกครั้งที่สอง สงบลง อย่างไรก็ดี ภาระหน้าที่ในการหารายได้มาบำรุงรักษาสมาคมฯ ให้ยืนหยัดเชิดหน้าสู้ต่อไปในสังคมเมืองไทย ยังเป็นภาระอันหนักอึ้งของผู้บริหารสมาคมหนังสือพิมพ์ฯ ตลอดมาในปีนั้นมีหม่อมเจ้าประสบสุข ศุขสวัสดิ์ บัณฑิตเกียรตินิยมทางเศรษฐศาสตร์จากสหรัฐอเมริกา ผู้ลาออกจากราชการมาเอาดีทางหนังสือพิมพ์ จนได้เป็นนายกสมาคมฯ ในปี พ.ศ.นั้นได้นำคณะกรรมการของสมาคมฯ เข้าพบหารือกับ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนักการเมืองชื่อดังที่หันมาเอาดีทางหนังสือพิมพ์เช่นกัน โดยเป็นผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ที่กำลังขายดีเป็นที่นิยมของประชาชนผู้อ่านอยู่ในขณะนั้น ผลการหารือตกลงกันว่า จะเล่นลิเกหรือที่เรียกกันขณะนั้นว่า "นาฎะดนตรี" เพื่อหาเงินช่วยสมาคมหนังสือพิมพ์ฯ โดยมีกำหนดเล่นที่สมาคมหอการค้าไทย ข้างวัดราชบพิธ เมื่อคืนวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2494 ได้เงินถึงหนึ่งแสนบาทเศษ นับว่าเป็นประวัติศาสตร์ทีเดียว เพราะจำนวนเงินเรือนแสนในสมัยเมื่อเกิน 50 ปีก่อน มีค่าเทียบเท่าได้กับหลายล้านในปัจจุบัน
<< ย้อนกลับ. หน้าถัดไป >