ข้อบังคับสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ปีพุทธศักราช 2544
หมวดที่ 8:: อนุกรรมการการสอดส่องความประพฤติ 36. ให้แต่งตั้งอนุกรรมการการสอดส่องความประพฤติมีจำนวน 7 คน ประกอบด้วยกรรมการบริหาร จำนวน 4 คน สมาชิกสามัญ หรือสมาชิกสามัญอาวุโสอีก 3 คน 37. อนุกรรมการสอดส่องความประพฤติมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ 37.1ติดต่อกับสมาชิก หรือบุคคลใด ๆ เพื่อขอทราบหลักฐานเกี่ยวกับความประพฤติของสมาชิกที่ถูกกล่าวหาว่าผิดจรรยาบรรณ หรือความผิดอื่นๆ 37.2เชิญสมาชิกหรือขอความร่วมมือบุคคลภายนอก มาร่วมการประชุมกับคณะกรรมการสอดส่องความประพฤติเพื่อ ก. ให้หลักฐานต่าง ๆ อันจำเป็นต่อคณะอนุกรรมการฯ ข.ชี้แจงข้อเท็จจริงที่คณะอนุกรรมการสอดส่องความประพฤติเห็นว่าเป็นเรื่องต้องพิจารณา 37.3การแจ้งข้อกล่าวหาใด ๆ ต่อสมาชิก อนุกรรมการสอดส่องความประพฤติจะต้องแจ้งให้สมาชิกทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนการสอบสวนไม่น้อยกว่า 15 วันปฏิทิน หากสมาชิกผู้ถูกกล่าวหาไม่ไปชี้แจงต่อคณะอนุกรรมการฯ ตามวันเวลาที่กำหนดโดยไม่แจ้งสาเหตุหรือความจำเป็น ให้คณะกรรมการฯ พิจารณาชี้ขาดตามเอกสารหลักฐานที่มีได้เลย 38.อนุกรรมการสอดส่องความประพฤติมีอำนาจสอบสวนสมาชิกผู้ถูกกล่าวหา โดยไม่ต้องแจ้งให้คณะกรรมการบริหารทราบก่อนได้ เมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้วไห้แจ้งผลต่อคณะกรรมการบริหารเพื่อดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับโดยเร็ว
หมวดที่ 9 :: คณะกรรมการ 39.การเลือกนายกฯ และคณะกรรมการบริหารของสมาคมฯ ให้เลือกจากสมาชิกสามัญของสมาคมฯที่มาร่วมประชุมและแสดงตัวในที่ประชุมใหญ่สามัญของปีที่มีการเลือกตั้ง การเลือกนายกฯ ให้เลือกจากสมาชิกสามัญโดยเสนอชื่อผู้สมัครและมีสมาชิกสามัญ หรือสมาชิกสามัญอาวุโสรับรอง ไม่น้อยกว่า 5 คน แล้วให้ที่ประชุมดำเนินการเลือกนายกได้ 1 คน จากจำนวนผู้สมัคร และผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด ถือว่าได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมฯ ถ้าคะแนนเท่ากัน ให้มีการลงคะแนนใหม่อีกครั้งหนึ่งโดยวิธีลงคะแนนลับ หากผู้ถูกเสนอชื่อเข้ารับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมฯ มีเพียงคนเดียว ให้ถือว่าผู้นั้นได้รับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมฯ โดยมิต้องลงคะแนนเสียง ผู้ใดจะดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯติดต่อกันเกิน2 วาระ ไม่ได้ กรณีที่นายกสมาคมฯ ว่างลง ให้คณะกรรมการ(รักษาการ) หรือ สมาชิกสามัญ สมาชิกสามัญอาวุโสไม่ต่ำกว่า 20 คนดำเนินเรียกประชุมใหญ่เลือกตั้ง นายกฯและคณะกรรมการบริหารทั้งคณะขึ้นใหม่ภายในกำหนด 45 วัน นับแต่วันที่ตำแหน่งนายกฯ ว่างลงให้ถือว่าเป็นการเริ่มวาระของคณะกรรมการชุดใหม่ 40.การเลือกคณะกรรมการบริหารของสมาคมฯให้ใช้วิธีเดียวกับการเลือกตั้งนายกสมาคมฯ สมาชิกสามัญหรือสมาชิกสามัญอาวุโสมีสิทธิเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการได้ไม่เกิน 12 คน บัตรเลือกตั้งที่มีชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเกินกว่า 12 ชื่อ ให้ถือว่าเป็นโมฆะ ผู้ได้คะแนนสูงสุดตั้งแต่อันดับที่ 1 ถึงอันดับที่ 12 เป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการฯของสมาคมฯ 41.นายกฯ มีสิทธิแต่งตั้งกรรมการบริหารได้อีก 6 คน โดยเลือกจากสมาชิกสามัญ ซึ่งเห็นว่าเป็นบุคคลที่เหมาะสม ให้นายกฯ เป็นผู้แต่งตั้งอุปนายกและกรรมการเจ้าหน้าที่อื่น ๆด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารฯ 42.ถ้าตำแหน่งกรรมการตามข้อ 40 ว่างลงก่อนสิ้นวาระ ให้นายกฯแต่งตั้งจากสมาชิก สามัญของสมาคมฯ ด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารแทนตำแหน่งที่ว่าง กรรมการที่แทนนี้จะอยู่ในตำแหน่งตามระยะเวลาที่เหลืออยู่ 43.คณะกรรมการฯชุดที่สิ้นสุดลงตามวาระจะต้องมอบหมายให้แก่คณะกรรมการฯชุดใหม่ให้เรียบร้อยภายใน 15 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง ถ้ากรรมการ ชุดที่สิ้นสุดลงตามวาระไม่มอบหมายงานภายในกำหนดตามวรรคแรก ไม่ว่ากรณีใด ๆ ให้คณะกรรมการบริหารฯ ชุดใหม่เข้าบริหารงานสมาคมฯ ได้โดยถือว่าถูกต้องตามข้อบังคับของสมาคมฯ 15 วัน
หมวดที่ 10 :: การประชุมใหญ่ 44.การประชุมใหญ่ของสมาคมฯมีดังนี้ 44.1 ประชุมใหญ่สามัญ 44.2 ประชุมใหญ่วิสามัญ 45.ให้มีการประชุมใหญ่สามัญปีละครั้ง และกำหนดประชุมในวันที่ 17 พฤษภาคม ของทุกปี หากมีกรณีจำเป็นจะวันใดวันหนึ่งในเดือนพฤษภาคมก็ได้โดยเลขาธิการต้องแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าเป็นจดหมายเชิญประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน และมีวาระการประชุมดังนี้ 45.1คณะกรรมการแถลงกิจการของสมาคมฯ ในรอบปี 45.2รับรองรายงานการประชุมใหญ่ครั้งที่แล้ว 45.3รับรองงบดุลประจำปี 45.4ตั้งผู้สอบบัญชี 45.5เลือกนายกฯ และกรรมการฯ ในปีที่มีการเลือกตั้ง 45.6 กรณีมีญัตติเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ ญัตตินั้นต้องยื่นเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการฯ โดยมีสมาชิกสามัญ หรือสมาชิกสามัญอาวุโสไม่น้อยกว่า 20 คน เป็นผู้รับรองและต้องยื่นก่อนการประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่า 15 วัน เลขาธิการต้องนำญัตติเสนอต่อคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณาบรรจุเข้าวาระ หากคณะกรรมการฯ ไม่นำเสนอที่ประชุมใหญ่พิจารณา ให้สมาชิกผู้ยื่นญัตตินั้นมีสิทธินำเสนอเข้าพิจารณาในวันประชุมใหญ่ได้และให้ถือว่าเป็นวาระการประชุมในการประชุมใหญ่ครั้งนั้นก่อนพิจารณาวาระเรื่องอื่น ตามข้อ 45.7 45.7เรื่องอื่น ๆ 46.คณะกรรมการฯ อาจเรียกประชุมใหญ่วิสามัญได้ ในเมื่อมีกิจการที่จะต้องปรึกษาขอมติจากที่ประชุมใหญ่ 47.การประชุมใหญ่ต้องประกอบด้วยสมาชิกสามัญอาวุโสและสมาชิกสามัญไม่น้อยกว่า 50 คน จึงจะเป็นองค์ประชุม หากการประชุมไม่ครบองค์ตามวรรคแรก ให้เลขาธิการ เชิญประชุมเป็นครั้งที่สองภายใน 15 วันนับจากวันประชุมครั้งแรก องค์ประชุมครั้งใหม่นี้ ให้ถือจำนวนสมาชิกผู้เข้าประชุมเป็นองค์ประชุมตามข้อบังคับ
หมวดที่ 11 :: การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ 48.การเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือเพิ่มข้อบังคับทำได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่ ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า2ใน 3ของจำนวนสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม 49.การเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับ ต้องทำเป็นญัตติที่สมาชิกสามัญ หรือสมาชิกสามัญอาวุโสมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 30 คน ลงนามรับรองเป็นผู้เสนอ หรือคณะกรรมการฯ มีมติเสนอที่ประชุมใหญ่ให้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข ในกรณีที่สมาชิกขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ ให้ยื่นต่อเลขาธิการ เป็นลายลักษณ์อักษร และหลังจากเลขาธิการได้รับญัตตินั้นแล้ว ให้เสนอที่ประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อเรียกประชุมใหญ่วิสามัญภายในกำหนด 30 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับญัตติ
หมวดที่ 12 ::บททั่วไป 50.ปัญหาการตีความในข้อบังคับนี้ ให้ถือเป็นข้อยุติ หากกรรมการบริหารสมาคมฯ จำนวน 2 ใน 3 ของกรรมการฯ ทั้งหมด ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว
<< หน้า 1 , 2