สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
|
|
|
|
|
 |
| . |
|
ประวัติการก่อตั้งสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ์
- สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ์ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม
ปีพุทธศักราช 2484 นับเป็นสมาคมวิชาชีพหนังสือพิมพ์แห่งแรกที่ได้ตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ
โดยผู้ริเริ่มก่อตั้งมีวัตถุประสงค์ที่จะให้สมาคมฯเป็นแหล่งกลางของการส่งเสริมวิชาการหนังสือพิมพ์
และธุรกิจของการหนังสือพิมพ์
เป็นที่ส่งเสริมจรรยาบรรณของนักหนังสือพิมพ์
ส่งเสริมสามัคคีธรรมของนักหนังสือพิมพ์
และเป็นศูนย์กลางของการพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทัศนคติกัน ระหว่างนักหนังสือพิมพ์
- ปีพุทธศักราช 2484 ในระหว่างที่เกิดกรณีพิพาทระหว่างประเทศไทยและฝรั่งเศสในอินโดจีน
รัฐบาลไทยในเวลานั้นได้รับความสนับสนุนจากประชาชนและหนังสือพิมพ์เป็นอย่างดี
และเป็นที่เข้าใจว่าความสนับสนุนที่ได้รับจากประชาชนก็มีมูลเหตุมาจากการที่หนังสือพิมพ์
ให้ความเห็นชอบ และสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล
บุคคลในวงการรัฐบาลที่ไวต่อเหตุการณ์จึงไหวตัวในการที่จะจัดให้มีความสัมพันธ์อันดียิ่งขึ้น
ระหว่างรัฐบาลและหนังสือพิมพ์ นอกจากจะมีการพบปะสนทนา
สมาคมกันโดยใกล้ชิดยิ่งขึ้นแล้ว ยังมีข้อดำริที่จะมีสโมสรสถานเพื่อเป็นศูนย์กลาง
ให้คนหนังสือพิมพ์ได้มาพักผ่อนหย่อนใจ และสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ทัศนคติในระหว่างคนหนังสือพิมพ์ด้วยกันเอง และกับบรรดาข้าราชการ
ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณา การแพร่ข่าว หรือการประชาสัมพันธ์ด้วย
- นายประเสริฐ ธารีสวัสดิ์ หัวหน้ากองหนังสือพิมพ์
กรมโฆษณาการในสมัยนั้น ได้ปรึกษากับนายชวาลา สุกุมลนันทน์ซึ่งประจำอยู่ที่กองหนังสือพิมพ์ด้วยวาจาว่า
อธิบดีกรมโฆษณาการ พันตรีวิลาศ โอสถานนท์ อยากให้ช่วยดำเนินการจัดตั้งสโมสรหรือสมาคมหนังสือพิมพ์ขึ้น
โดยมีความมุ่งหมายอย่างสังเขปดังกล่าว
- คนหนังสือพิมพ์นั้น เดิมมีการพบปะสนทนาหารือกิจการงาน
แลกเปลี่ยนความรู้ความคิด และทรรศนะในวงอาชีพมาก่อนหน้านั้นนานมากแล้ว
เป็นการจัดตั้งชมรมขึ้นอย่างไม่เป็นทางการ คือการนัดพบปะกัน รับประทานอาหาร
เช่นที่ "แป๊ะอิ้ดเตียงเหลา" หน้าวัดเล่งเน่ยยี่ ถนนเจริญกรุง มีชาวคณะหนังสือพิมพ์อาวุโส
เช่น นายดำริ ปัทมศิริ, ครูถนิม เลาหะวิไล, ครูอบ ไชยวสุ,
นายเฉวียง เศวตทัต, นายสวัสดิ์ จุฑะรพ,
นายสมัย เรืองไกรร, นายบุญเลอ เจริญพิภพ
และท่านอื่นๆ อีกประมาณ 20 คน ได้ไปพบปะสังสรรค์กันเป็นประจำ
วันเกิดของใคร เจ้าตัวก็เชิญชาวคณะให้มาเป็นเจ้ามือการชุมนุมในวันนั้นชาวคณะชอบใครก็เชิญมาชุมนุม
ถ้าไม่ชอบหน้าก็ไม่เชิญ ชุมนุมดังกล่าวก็เลิกไปภายหลังญี่ปุ่นเข้ายึดครองประเทศไทย
และหลังน้ำท่วมปี พ.ศ.2485 เมื่อข่าวการจัดตั้งสมาคมคนหนังสือพิมพ์เผยแพร่ออกไป
นายชวาลา สุกุมลนันทน์ก็ได้ติดต่อสนทนากับนักหนังสือพิมพ์อาวุโสเหล่านั้น
เพื่อยกร่างข้อบังคับของสมาคม เขียนคำอธิบายวัตถุประสงค์ หลังจากนั้น
อธิบดีกรมโฆษณาการได้มีการเชิญ บรรณาธิการ และเจ้าของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ
มาร่วมประชุมหารือ ณ ห้องสมุดที่ใช้เป็นห้องประชุมกรมโฆษณาการด้วย
โดยมีผู้มาร่วมประชุม คือ
พระยาปรีชานุสาสน์ แห่งบริษัทไทยพานิชยการ,
นายมานิต วสุวัต แห่งบริษัท ศรีกรุง , หม่อมราชวงศ์ นพแก้ว นวรัตน์
แห่งหนังสือพิมพ์กรุงเทพฯวารศัพท์ , นายกุหลาบ สายประดิษฐ์ แห่งหนังสือพิมพ์สุภาพบุรุษ,
นายมาลัย ชูพินิจ แห่งหนังสือพิมพ์ประชามิตร เป็นต้น ก่อนการประชุมนายกุหลาบ
สายประดิษฐ์ ผู้ซึ่งถือได้ว่าเป็นบุคคลสำคัญในวงการหนังสือพิมพ์ขณะนั้น
ได้พิจารณาร่างข้อบังคับสมาคมหนังสือพิมพ์ แล้วก็เห็นชอบด้วย ในที่ประชุมวันนั้นได้รับร่างข้อบังคับฉบับดังกล่าวไปให้อนุกรรมการพิจารณาแก้ไข
หลังจากนั้นจึงได้มีการจดทะเบียน จัดตั้งสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
ขึ้นตามกฎหมายต่อไปในเวลาไม่นาน
- อาคารที่ทำการสมาคมฯในยุคเริ่มแรก
- สถานที่ทำการของสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
ในสมัยแรกเริ่มนั้น นายประเสริฐ ธารีสวัสดิ์ เป็นธุระจัดหาให้ โดยได้เช่าตึกราคาย่อมเยา
จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
ตั้งอยู่ที่ถนนบำรุงเมือง ได้ประกอบพิธีเปิด
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2484 มีนายกุหลาย สายประดิษฐ์ เป็นผู้อ่านรายงานการจัดตั้ง
และ ฯพณฯ พ.ต.วิลาศ โอสถานนท์ อธิบดีกรมโฆษณาการ
(กรมประชาสัมพันธ์ในปัจจุบัน) ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี
ให้เป็นตัวแทนในการทำพิธีกดปุ่มเปิดป้ายสมาคม ขึ้นเมื่อเวลา 16.00
น.เศษ
- ในการนี้นอกจากนักหนังสือพิมพ์
ซึ่งได้ไปกันพร้อมเพรียงแล้ว ยังมีแขกผู้มีเกียรติอีกหลายท่าน อาทิเช่น
พล.ร.ต.หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์
ร.น., พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร,
พ.อ.ประยูร ภมรมนตรี, พ.อ. หลวงเชวงศักดิ์สงคราม,
ขุนสมาหาร หิตะคดี, หลวงสิทธิสยามการผู้แทนราษฎร, และนักหนังสือพิมพ์ต่างประเทศอีกเป็นจำนวนมาก
- ครั้นได้เวลา พ.ต.วิลาศ โอสถานนท์
อธิบดีกรมโฆษณาการได้อ่านไมตรีสาส์นของท่านนายกรัฐมนตรีความว่า ท่านมีความยินดีอย่างยิ่ง
ที่ได้มีการเปิดสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยขึ้นในวันนี้ แต่ท่านนายกไม่สามารถจะมาร่วมงานด้วยได้
เพราะติดธุระสำคัญด้านอื่น ท่านเห็นถึงความสำคัญของหนังสือพิมพ์ว่าเป็นสื่อสำคัญในการสร้างความเข้าใจดีต่อกัน
ระหว่างรัฐและราษฎร์ สุดท้ายนี้ขอให้สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งนี้จงมีความเจริญรุ่งเรืองและวัฒนาสถาพรยิ่งๆขึ้นไปตามลำดับ
- นายกุหลาบ สายประดิษฐ์ ประธานคณะกรรมการก่อตั้งสมาคมหนังสือพิมพ์ได้กล่าวตอบ
โดยแถลงถึงภาระหน้าที่ของคนหนังสือพิมพ์ที่มีต่อประเทศชาติและประชาชน
พร้อมกับกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีโดยสรุปว่าที่สมาคมฯนี้สำเร็จขึ้นได้
ก็โดยอุปการะของท่านโดยแท้ เพราะรัฐบาลโดย ฯพณฯจอมพล ป.พิบูลสงคราม
ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของหนังสือพิมพ์ไทย
ที่ควรจะมีศักดิ์ศรี หน้าตาทัดเทียมกับต่างประเทศ
รัฐบาลโดยกรมโฆษณาจึงยินดีที่จะเป็นฝ่ายจัดหาสถานที่ตั้งของสมาคมฯ
โดยมอบอาคารสองชั้นบนเนื้อที่ประมาณ
300 ตารางวา ริมถนนบำรุงเมือง โดยเช่าจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ให้พร้อมกับอุปกรณ์
เช่น โต๊ะทำงาน, ตู้เก็บเอกสาร, พิมพ์ดีด,ชุดรับแขก ตลอดจนเครื่องเล่นเกมต่างๆ
เช่นโต๊ะบิลเลียดพร้อมอุปกรณ์ครบชุด
เมื่อนายกุหลาบกล่าวจบแล้ว พันตรีวิลาศกล่าวตอบและกดปุ่มแพรคลุมป้ายทำพิธีเปิด
เหตุการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อยทุกประการ
- คณะกรรมการบริหารสมาคมหนังสือพิมพ์ชุดแรกเมื่อปี
2484 มีพระยาปรีชานุสาสน์เป็นนายกสมาคมฯ ส่วนกรรมการอีก 14 ท่านคือ
- 1. นายกุหลาบ สายประดิษฐ์
- 2. นายมาลัย ชูพินิจ
- 3. นายประเสริฐ ธารีสวัสดิ์
- 4. นายพรต พุทธินันท์
- 5. นายเพทาย โชตินุชิต
- 6. นายมานิต วสุวัต
- 7. นายสนิท เจริญรัฐ
- 8. นายประยูร ดารากร ณ อยุธยา
- 9. นายเทียน เหลียวรักวงศ์
- 10. ม.จ. ประสบสุข ศุขสวัสดิ์
- 11. นายอบ ไชยวสุ
- 12. นายประสิทธิ์ ศรีสมวงศ์
- 13. นายอำพัน บุญยพุทธิ
- 14. นายชะเอม อันตรเสน
- การหารายได้บำรุงสมาคมฯ
- สมาคมหนังสือพิมพ์เมื่อแรกเริ่มก่อตั้งใหม่ๆ
ในระยะ 4-5 ปีแรกนั้นเป็นห้วงเวลาของสงครามโลกครั้งที่สอง และสงครามมหาเอเซียบูรพากำลังดุเดือดเลือดพล่าน
คุกคามไปทั่วโลก เมืองไทยเราเองก็กำลังประสบภัยสงครามอย่างหนักเช่นกัน
ความอดอยากขาดแคลนและภัยจากโจรผู้ร้าย ระบาดไปทั่วทุกภาค แม้ในเมืองหลวงก็ไม่เว้นต้องรัดเข็มขัดกัน
ย่ำแย่ทุกครัวเรือน ไม่เว้นแม้แต่สมาคมหนังสือพิมพ์ฯ ซึ่งเป็นองค์กรเล็กๆ
ของคนหนังสือพิมพ์ไม่กี่สิบคนหรือประมาณไม่เกินร้อยคนในสมัยนั้น
แต่แม้กระนั้นค่าใช้จ่ายประจำเดือนของสมาคมฯ ก็จำเป็นต้องมี เดือนละหลายๆ
สตางค์อยู่ เช่นค่าจ้าง เสมียนพนักงาน และนักการภารโรงที่ต้องดูแลรักษาความสะอาด
สวยงาม และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของอาคารสถานที่ เนื่องจากที่ทำการสมาคมฯ
เป็นอาคารเก่าแก่สองชั้นขนาดใหญ่ ที่อยู่ในความดูแลของสำนักงานทรัพย์สินฯ
รายได้ของสมาคมฯ นอกจากค่าบำรุงของสมาชิกกับค่าเกมบิลเลียดที่เล็กน้อยจนแทบจะไม่นับเป็นรายได้อะไรแล้ว
นอกนั้นก็ไม่มีรายได้อื่นเลย ท่านนายกสมาคมฯ คนแรกคือ พระยาปรีชานุสาสน์
และนายกสมาคมฯ คนต่อมาคือ นายมานิต
วสุวัต ทั้งสองท่านเป็นผู้มีฐานะมั่นคงพอสมควร ประกอบด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ
ส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้เสียสละเพื่อส่วนรวมโดยแท้จริง จึงช่วยกันประคับประคองฐานะของสมาคมฯ
ให้อยู่รอดปลอดภัยมาได้ จนสงครามโลกครั้งที่สอง สงบลง
- อย่างไรก็ดี ภาระหน้าที่ในการหารายได้มาบำรุงรักษาสมาคมฯ
ให้ยืนหยัดเชิดหน้าสู้ต่อไปในสังคมเมืองไทย ยังเป็นภาระอันหนักอึ้งของผู้บริหารสมาคมหนังสือพิมพ์ฯ
ตลอดมาในปีนั้นมีหม่อมเจ้าประสบสุข ศุขสวัสดิ์ บัณฑิตเกียรตินิยมทางเศรษฐศาสตร์จากสหรัฐอเมริกา
ผู้ลาออกจากราชการมาเอาดีทางหนังสือพิมพ์ จนได้เป็นนายกสมาคมฯ ในปี
พ.ศ.นั้นได้นำคณะกรรมการของสมาคมฯ เข้าพบหารือกับ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์
ปราโมช อดีตนักการเมืองชื่อดังที่หันมาเอาดีทางหนังสือพิมพ์เช่นกัน
โดยเป็นผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ที่กำลังขายดีเป็นที่นิยมของประชาชนผู้อ่านอยู่ในขณะนั้น
ผลการหารือตกลงกันว่า จะเล่นลิเกหรือที่เรียกกันขณะนั้นว่า "นาฎะดนตรี"
เพื่อหาเงินช่วยสมาคมหนังสือพิมพ์ฯ โดยมีกำหนดเล่นที่สมาคมหอการค้าไทย
ข้างวัดราชบพิธ
เมื่อคืนวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2494
ได้เงินถึงหนึ่งแสนบาทเศษ นับว่าเป็นประวัติศาสตร์ทีเดียว เพราะจำนวนเงินเรือนแสนในสมัยเมื่อเกิน
50 ปีก่อน มีค่าเทียบเท่าได้กับหลายล้านในปัจจุบัน
- ครูอบ ไชยวสุ (ฮิวเมอริสต์) ได้ตั้งชื่อเรื่องลิเกการกุศลเพื่อหารายได้ให้กับสมาคมหนังสือพิมพ์ฯครั้งนี้
ให้เป็นที่ประทับใจคนดูว่า "หลวิชัยคาวี" หรือกลวีธีปราบยักษ์ (ทำยังไงจึงจะรบชนะยักษ์)
- ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้กำหนดตัวผู้แสดงไว้ดังนี้
- 1. นายสละ ลิขิตกุล บ.ก.สยามรัฐ
เป็นโต้โผนายโรง
- 2. ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นหลวิชัย
- 3. นายประยูร จรรยาวงศ์ (สยามรัฐ)
เป็นคาวี
- 4. ครูอบ ไชยวสุ (สยามรัฐ) เป็นพระเจ้าตา
- 5. นายชิต วิภาสธวัช (ประชาธิปไตย)
เป็นแขก
- 6. นายพิทย์ บุญยพุทธิ (ประชาธิปไตย)
เป็นเสนาฝ่ายโยธา
- 7. นายชัช วงศ์สงวน (ประชาธิปไตย)
เป็นเสนาประจบสอพลอ
- 8. นายถนอม อัครเศรณี (ประชาธิปไตย)
เป็นยักษ์
- 9. นายรัตน์ ศรีเพ็ญ (ชาวไทย) เป็นคนดูออกมาชักแขก
- 10. นายอุทธรณ์ พลกุล (เสรีภาพวันจันทร์)
เป็นมคธมนตรี
- 11. นายสุรีย์ ทองวานิช (เสียงไทย)
เป็นมคธมนตรี
- 12. นายรำพรรณ พุกกะเจียม (สยามรัฐ)
เป็นมคธมนตรี
- 13. นายสด กูรมะโรหิต (ปิยะมิตร)
เป็นลูกศิษย์พระเจ้าตา
- 14. นายมาลัย ชูพินิจ (พิมพ์ไทย)
เป็นลูกศิษย์พระเจ้าตา
- 15. นายสถิตย์ เสมานิล (ชาวไทย)
เป็นลูกศิษย์พระเจ้าตา
- 16. นายยศ วัชรเสถียร (สมาชิกสมาคมฯ)
เป็นลูกศิษย์พระเจ้าตา
- 17. นายพัฒน์ เนตรรังษี (สมาชิกสมาคมฯ)
เป็นลูกศิษย์พระเจ้าตา
- 18. นาย อ. ก.รุ่งแสง (สมาชิกสมาคมฯ)
เป็นลูกศิษย์พระเจ้าตา
- 19. นายรัตนะ ยาวะประภาษ (สยามรัฐ)
เป็นลูกศิษย์พระเจ้าตา
- 20. นายชอบ มณีน้อย (สยามรัฐ) เป็นลูกศิษย์พระเจ้าตา
- 21. นายกุมุท จันทร์เรือง (สยามรัฐ)
เป็นลูกศิษย์พระเจ้าตา
- 22. นายทองอินทร์ บุญยเสนา (สยามรัฐ)
เป็นลูกศิษย์พระเจ้าตา
- 23. นายลมูล อติพยัคฆ์ (สยามรัฐ)
เป็นลูกศิษย์พระเจ้าตา
- 24. นายโกมล โกมลรุจิ (พิมพ์ไทย)
เป็นนางเนรมิต
- 25. นายอนงค์ เมษประสาท (พิมพ์ไทย)
เป็นนางเนรมิต
- 26. นายวิภา เศวตเลข (สยามนิกร)
เป็นนางเนรมิต
- 27. นายดวงสมร วัชรศิริธรรม (ลิเบอร์ตี้)
เป็นนางเนรมิต
- 28. นายสมศรี ศรจิตติ (ประชาธิปไตย)
เป็นนางเนรมิต
- 29. นายโกสุม จันทรางกูร (สยามนิกร)
เป็นนางเนรมิต
- 30. ม.ร.ว.ภัทรดิศ ดิศกุล (ลิเบอร์ตี้)
เป็นนางเนรมิต
- 31. นายสมลักษณ์ ศรจิตติ (เดลิเมล์)
เป็นนางเนรมิต
- 32. ครูเหม เวชกร จิตรกรเอก มาสเกตภาพ
บริเวณแสดงยี่เก
- 33. นายเลียว ศรีเสวก จัดรายการลีลาศบนฟลอร์เต้นรำ
- สมาคมหนังสือพิมพ์ฯ เป็นผู้จัดพิมพ์ตั๋ว
และเป็นผู้ไปจัดจำหน่ายที่หน้าประตูทางเข้า โดยมีคุณบรรจบ ชาวานนท์
เหรัญญิกสมาคมฯ เป็นผู้ไปควบคุมด้วยตนเอง ปรากฎว่าตั๋วไม่พอขาย ประชาชนที่แห่กันมาดูแบบมืดฟ้ามัวดินเข้าชมไม่ได้
จึงพังรั้วสมาคมพ่อค้าไทยจนหักพังเสียหายหมด ต้องปิดการจราจรในย่านถนนราชบพิธทั้งหมด
และมีเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ เช่น เสด็จในกรมหมื่น นครสวรรค์ศักดิ์พินิต
และพระชายา รวมทั้งเจ้านายอีกหลายพระองค์ได้เสด็จมาชมด้วย
- นี่ถือเป็นการหารายได้เข้าสมาคมฯ
ครั้งใหญ่ที่เป็นกอบเป็นกำอย่างที่สุดรายได้ครั้งนี้ทำให้สามารถสร้างห้องประชุมใหญ่ทางด้านหลัง
ของอาคารสมาคมฯ ได้หนึ่งหลังทีเดียว
หลังจากครั้งนี้แล้ว สมาคมฯ ก็ไม่ได้จัดงานหารายได้อะไรอีกเลย
- สมาคมหนังสือพิมพ์ฯในยุคที่มีนายกสมาคม
และคณะกรรมการบริหารที่เข้มแข็ง มีวิสัยทัศน์และสังคมที่กว้างขวางทั้งในหมู่นักการเมืองและพ่อค้าใหญ่
ๆ โต ๆ ฐานะการเงินของสมาคมฯ ก็ค่อนข้างดี ดังเช่น สมัยนายบุญวงศ์
อมาตยกุล เป็นนายกฯ ติดต่อกันอยู่หลายสมัย ท่านผู้นี้เป็นนักธุรกิจใหญ่ระดับชาติและเป็นกรรมการใหญ่สนามม้า
ท่านสามารถจัดแข่งม้าหารายได้มาบำรุงสมาคมฯ ได้แทบทุกปี ตลอดเวลาที่ท่านบริหารงานสมาคมฯ
อยู่ อีกท่านก็คือ นายเลียว ศรีเสวก ท่านผู้นี้ขณะเข้ามาเป็นนายกสมาคมฯ
บังเอิญท่านมีตำแหน่งทางราชการเป็นประธานสาขาวรรณกรรม สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ
ซึ่งเป็นตำแหน่งที่แต่งตั้งโดย รัฐบาลจอมพล
ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีสมัยนั้นอยู่ด้วย และในสมัยที่นายเลียว
ศรีเสวก เป็นนายกสมาคมฯ นี่เอง กลายเป็นมูลเหตุให้คนหนังสือพิมพ์อีกกลุ่มหนึ่ง
เกิดความเข้าใจผิดกันเล็กน้อย โดยเข้าใจไปว่านายเลียวถูกจอมพล ป.
ส่งมาคุมสมาคมหนังสือพิมพ์ฯ โดยยอมรับเงินทองของรัฐบาลมาอุดหนุนสมาคมฯ
เพื่อรับใช้อำนาจรัฐในขณะนั้น นี่คือจุดแตกหักของคนหนังสือพิมพ์กลุ่มดังกล่าว
จนถึงขั้นแยกตัวไปตั้งสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทยขึ้นอีกสมาคมหนึ่ง
เมื่อต้นปี 2498
- กล่าวโดยสรุป การหารายได้เพื่อนำมาบำรุงสมาคมหนังสือพิมพ์ฯ
ในขณะนั้นและในเวลาต่อมา นอกจากจะจัดงานใหญ่ๆ เป็นครั้งคราวแล้ว
ที่ทำกันเป็นประจำก็คือ การจัดพิมพ์วารสารของสมาคมฯ ออกมาเป็นรายเดือน
แล้วขอความอุปถัมภ์จากบรรดาพ่อค้าวานิชทั่ว ๆ ไปให้ลงโฆษณา
วิธีการเช่นนี้เริ่มต้นแรก ๆ ก็พอไปได้ในระดับหนึ่ง
ต่อมาได้บานปลายกลายเป็นรายการวัดครึ่งกรรมการครึ่งหนึ่งและมีการเดินสายขายโพยไปทั่วประเทศ
มีใบสั่งแจ้งความของสมาคมหนังสือพิมพ์ฯ แพร่หลายไปสุดเหนือสุดใต้
ในที่สุดก็ต้องระงับไปเพื่อป้องกันมิให้ชื่อเสียงของสมาคมฯ ต้องตกต่ำเสียหายไป
- ปัจจุบันการจัดหารายได้เพื่อนำมาบำรุงรักษาอาคารสถานที่ของสมาคมฯ
จึงจำกัดอยู่เพียงการจัดงานแสดงสินค้า การจัดแข่งขันกีฬาโบว์ลิ่ง
แข่งกอล์ฟ แข่งนกเขาชวาเสียง ซึ่งทั้งหมดนี้มีถ้วยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่ผู้ชนะเลิศทุกประการ
นอกนั้นก็เป็นรายได้จากค่าบำรุงสมาคมฯ ของมวลสมาชิกฯ เป็นต้น
- ย้ายรังใหม่ ถูกไล่ที่
- ภายหลังการปฏิวัติของจอมพลสฤษดิ์
ธนะรัชต์ เมื่อปี 2500 เหตุการณ์บ้านเมืองในขณะนั้นคับขันทั้งภายในและภายนอกประเทศ
คณะทหารจึงใช้อำนาจเด็ดขาดปกครองบ้านเมืองติดต่อกันนานกว่าสิบปี
ห้วงเวลานี้เอง วงการหนังสือพิมพ์เมืองไทยพลอยได้รับความกระทบกระเทือนไปด้วย
หนังสือพิมพ์หลายฉบับถูกปิดเด็ดขาดโดยอำนาจคณะปฏิวัติ คนหนังสือพิมพ์อาชีพหลายสิบคนถูกจับกุมคุมขังในข้อหาครอบจักรวาล
คือมีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์
รวมทั้งนายอุทธรณ์ พลกุล นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ฯ ขณะนั้นก็ติดร่างแหเข้าคุกไปด้วย
มีผลส่งให้ นายบุญวงศ์ อมาตยกุล นักหนังสือพิมพ์เก่าซึ่งขณะนั้นได้กลายเป็นพ่อค้านักธุรกิจใหญ่ระดับชาติไปแแล้ว
และมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับคณะทหารที่ปกครองบ้านเมืองอยู่ขณะนั้น
จึงได้รับการเลือกตั้งให้เป็นนายกสมาคมฯ
สืบแแทน
- ต่อมาในสมัยที่นายสุรจิตร จันทรสาขา
ผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์สารเสรีไท รายวันและเป็นน้องชายต่างบิดาของจอมพลสฤษดิ์
ธนะรัชต์ เป็นนายกสมาคมฯ
ในระหว่างปี พ.ศ.2504-2506 ทางสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ต้องการรื้อถอนอาคารเดิมอันเป็นที่ตั้งของสมาคมฯ
ที่ถนนบำรุงเมือง เพื่อก่อสร้างเป็นอาคารพาณิชย์แทน ได้ขอให้สมาคมฯ
ย้ายที่ทำการออกไป จึงต้องย้ายออกมาเช่า ตึกแถวบริเวณทางเข้าวัดอินทรวิหาร
ริมถนนวิสุทธิกษัตริย์อยู่ชั่วคราวประมาณ ครึ่งปีระหว่างนี้เอง นายสุรจิตร
จันทรสาขา ได้นำคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ เข้าพบขอความช่วยเหลือจากจอมพลสฤษดิ์
ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีขณะนั้น ซึ่งท่านก็ได้กรุณาจัดหาที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
ให้ที่ดินบริเวณสี่แยกราชสีมาเหนือตัดกับถนนราชวิถี เป็นเนื้อที่ดิน
680 ตารางวา พร้อมกับอนุมัติเงินรายได้ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวน
400,000 บาท ให้นำมาสร้างอาคารที่ทำการของสมาคมฯ เป็นตึก 2 ชั้น
กว้าง 10 เมตร ยาว 22 เมตร และอาคารสโมสรสถานพร้อมกับโรงอาหารอีกหนึ่งหลัง
เพื่อใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของมวลสมาชิกฯ ทั้งหมดนี้กล่าวได้ว่าสำเร็จลงด้วยอานิสงส์ที่นายกสมาคมฯ
เป็นน้องชายของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผู้นำประเทศในขณะนั้นโดยแท้
และสถานที่ทำการแห่งนี้ก็คือสถานที่ทำการในปัจจุบันของสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
ฯ ที่ได้มีการพัฒนาปรับปรุงสภาพอาคารให้มีความทันสมัย สะอาดตา และสง่างาม
อยู่ในปัจจุบันนี้
- การเข้าอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์
- สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
นับแต่เริ่มก่อตั้งมาเมื่อปี พ.ศ.2484 ผ่านกาลเวลามาจนถึงบัดนี้
(พ.ศ.2543) นับได้ 59 ปีเต็มแล้ว มีนายกสมาคมและคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ
ชุดต่าง ๆ ผลัดเปลี่ยนเวียนกันขึ้นรับผิดชอบดูแลรักษาสมาคมฯ
- จนถึงปัจจุบัน มีนายกสมาคมฯ มาถึงคนที่
21 คือนายชัยรัตน์ คำนวณ ซึ่งเริ่มเข้ามาบริหารงานตั้งแต่ปี 2531
เป็นต้นมาจนถึงขณะนี้เป็นเวลาติดต่อกันมา 5 สมัย นายชัยรัตน์ คำนวณ
ในทันทีที่ก้าวขึ้นรับตำแหน่งนายกสมาคมหนังสือพิมพ์ฯ คือการกราบบังคมทูลขอให้สมาคมฯ
ของเราได้เข้ามาอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งก็ได้รับกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้รับเข้าไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตามคำกราบบังคมทูล ตั้งแต่วันที่
5 มิถุนายน พ.ศ.2532 เป็นต้นมา ยิ่งไปกว่านั้น ยังได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระมหาพิชัยมงกุฏมาประดิษฐาน
เหนือตราสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ได้อีกด้วย
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมแก่บรรดาคนหนังสือพิมพ์
ทั้งหลายทั้งปวงอย่างหาที่สุดมิได้
|
| | | HOME
| NEXT
| แผนผังเว็บไซต์ | |
|
|